มือใหม่

วิ่ง 10K ครั้งแรก — ซ้อม 8 สัปดาห์จากศูนย์ถึงเส้นชัย

10K เป็นระยะแรกที่ต้อง “ซ้อม” จริง ๆ — 5K ยังฝืนจบได้ด้วยใจ แต่ 10K จะเปิดเผยทุกอย่างที่คุณข้ามไป ข่าวดีคือแปดสัปดาห์กับสัปดาห์ละสามวันก็พอแล้ว ถ้าสามวันนั้นทำถูก

ทบทวนล่าสุด 3 ก.ย. 2026

เริ่มแผนนี้ได้เมื่อไหร่

ถ้าคุณ วิ่งต่อเนื่อง 20–30 นาทีได้ โดยไม่หยุดเดิน คุณเริ่มสัปดาห์ที่ 1 ได้เลย

ถ้ายังไม่ได้ ก็ยังเริ่มได้ — แค่ใช้วิธี วิ่งสลับเดิน ในทุกวันซ้อมของสี่สัปดาห์แรก เช่น วิ่ง 4 นาที เดิน 1 นาที แล้ววนไป นับระยะรวมเท่าเดิมตามตาราง แล้วค่อย ๆ ยืดช่วงวิ่งขึ้นสัปดาห์ละนิด การเดินระหว่างวิ่งไม่ใช่การล้มเหลว มันคือวิธีสะสมระยะโดยไม่พังข้อต่อ

อายุและน้ำหนักไม่ใช่ข้อห้าม แต่จังหวะสำคัญ

สิ่งที่ทำให้มือใหม่บาดเจ็บไม่ใช่ระยะทาง แต่คือ อัตราการเพิ่ม — ร่างกายที่ไม่เคยวิ่งต้องใช้เวลาหลายเดือนให้เอ็นและกระดูกแข็งแรงตามหัวใจและปอด ซึ่งฟิตขึ้นเร็วกว่ามาก ความรู้สึกว่า “ไหวอยู่แล้ว” ในสัปดาห์ที่ 3 คือกับดักที่พาไปเจ็บในสัปดาห์ที่ 6

ตาราง 8 สัปดาห์

สามวันต่อสัปดาห์ (เพิ่มวันที่สี่แบบเบา ๆ ได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 4 ถ้ารู้สึกดี) ตัวเลขเป็นกิโลเมตร ให้เว้นวันพักคั่นระหว่างวันวิ่งเสมอ

สัปดาห์วันที่ 1วันที่ 2วันที่ 3 (ยาว)รวม
13 กม.3 กม.4 กม.10 กม.
23 กม.4 กม.5 กม.12 กม.
34 กม.4 กม.6 กม.14 กม.
43 กม.3 กม.5 กม.11 กม.
54 กม.5 กม.7 กม.16 กม.
64 กม.5 กม.8 กม.17 กม.
75 กม.5 กม.9 กม.19 กม.
84 กม.3 กม.แข่ง 10 กม.17 กม.
แถวสีเขียวคือสัปดาห์ผ่อน แถวสีแดงคือสัปดาห์แข่ง — วันที่ 3 คือวิ่งยาวของสัปดาห์

สังเกตว่าวิ่งยาวไปสุดที่ 9 กม. ไม่ใช่ 10 — เพราะกิโลสุดท้ายในวันแข่งจะมาจากบรรยากาศ คนรอบข้าง และการที่คุณสด ไม่ต้องพิสูจน์ตัวเองก่อนวันแข่ง

วิ่งแต่ละวันให้ถูก

วันที่ 1 และ 2 — วิ่งง่าย

ง่ายแปลว่า พูดเป็นประโยคเต็มได้ขณะวิ่ง ถ้าพูดได้แค่คำสองคำ แสดงว่าเร็วเกินไป สำหรับมือใหม่ วิ่งง่ายมักช้ากว่าที่คิดมาก และนั่นถูกต้องแล้ว — นี่คือวันที่สร้างฐาน ไม่ใช่วันที่พิสูจน์อะไร

วันที่ 3 — วิ่งยาว

ช้ากว่าวันง่ายอีกนิดก็ได้ เป้าหมายคือ เวลาบนขา ไม่ใช่ความเร็ว ถ้าต้องเดินบ้างในช่วงท้ายเพื่อให้ครบระยะ ก็เดิน — ดีกว่าตัดระยะทิ้ง

ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 5 — เพิ่ม strides

ท้ายวันวิ่งง่ายวันหนึ่ง ให้เร่ง 6 ครั้ง ครั้งละ 20 วินาที ที่ราว 85% ของความเร็วเต็มที่ แล้วเดินหรือวิ่งเหยาะพักครบ 1 นาทีระหว่างครั้ง ไม่เหนื่อยแต่ช่วยให้ท่าวิ่งดีขึ้น และวันแข่งจะไม่รู้สึกว่าขา “ไม่มีเกียร์สูง”

อยากรู้ว่าเพซของตัวเองอยู่ตรงไหน ใส่ระยะกับเวลาที่วิ่งได้ลงใน เครื่องคำนวณเพซ

วันแข่ง

  1. กินอาหารที่เคยกิน 2–3 ชั่วโมงก่อนออกตัว ไม่ใช่เมนูใหม่ที่เพิ่งอ่านเจอเมื่อคืน
  2. อุ่นเครื่อง 10 นาที — เดินเร็ว 3 นาที วิ่งเหยาะ 5 นาที แล้ว strides สั้น ๆ 2–3 ครั้ง
  3. ห้าร้อยเมตรแรกให้ช้ากว่าที่อยากวิ่ง คุณจะรู้สึกว่าทุกคนแซง — ปล่อยเขาไป ครึ่งหนึ่งของคนที่แซงคุณตอนต้น คุณจะแซงคืนหลังกิโลที่ 7
  4. แบ่งเป็นสามท่อน — 3 กม. แรกคุมให้ช้า, 4 กม. กลางรักษาเพซ, 3 กม. สุดท้ายค่อยเร่งถ้ายังมีแรง
  5. เตรียมเวลาผ่านจุดไว้ก่อน ที่ เครื่องคำนวณเวลาผ่านจุด แล้วจำแค่เลขที่กิโล 5 ตัวเดียวก็พอ

5 อย่างที่มือใหม่พลาดเกือบทุกคน

  • วิ่งง่ายเร็วเกินไป — แล้วเลยไม่มีวันไหนที่ง่ายจริง ร่างกายไม่ได้พักและไม่ได้ฟิตขึ้น อยู่ตรงกลางที่ไม่ให้อะไรเลย
  • เพิ่มระยะทุกสัปดาห์โดยไม่มีสัปดาห์ผ่อน — สัปดาห์ที่ 4 ในตารางเบาลงโดยตั้งใจ
  • วิ่งทุกวันเพราะกลัวหลุด — วันพักคือวันที่ร่างกายสร้างสิ่งที่คุณซ้อมไปแล้ว
  • ทนวิ่งทั้งที่เจ็บ — เมื่อยกล้ามเนื้อวิ่งต่อได้ แต่ปวดเฉพาะจุด ปวดตอนเดิน หรือปวดที่แย่ลงระหว่างวิ่ง ให้หยุด (ดู หน้าแข้งอักเสบ)
  • รองเท้าที่ใช้มานานเกินไป — รองเท้าวิ่งหมดอายุราว 600–800 กม. สำหรับมือใหม่นี่คือหนึ่งถึงสองปี แต่ถ้าเป็นรองเท้าเดินเก่าที่หยิบมาใช้ ก็ควรเปลี่ยนตั้งแต่แรก

เครื่องมือที่ใช้กับบทความนี้

ตารางซ้อมพร้อมใช้

อ่านต่อ

อยากให้ตัวเลขพวกนี้กลายเป็นตารางซ้อมไหม

PaceDee ใช้ค่าเดียวกันนี้สร้างตารางซ้อมรายสัปดาห์ตั้งแต่วันนี้ถึงวันแข่ง แบ่งช่วง Base → Taper ให้อัตโนมัติ บันทึกผลซ้อมแล้วตารางจะปรับตามฟอร์มจริงของคุณ