หลักการซ้อม

Long run — ควรยาวแค่ไหน เพซเท่าไหร่ และกินอะไร

long run เป็นงานซ้อมที่สำคัญที่สุดของสัปดาห์ และเป็นงานที่คนทำพลาดบ่อยที่สุด — เกือบทั้งหมดพลาดในทางเดียวกัน คือวิ่งเร็วเกินไป

ทบทวนล่าสุด 3 ก.ย. 2026

ทำไม long run ถึงสำคัญที่สุด

วันวิ่งยาวเป็นวันเดียวในสัปดาห์ที่คุณอยู่บนขานานพอให้ร่างกายเจอสิ่งที่วันอื่นไม่ได้ให้:

  • ไกลโคเจนพร่องลงจริง ร่างกายจึงถูกบังคับให้เก่งขึ้นเรื่องการใช้ไขมัน
  • เอ็น กระดูก และกล้ามเนื้อรับแรงกระแทกซ้ำ ๆ เป็นชั่วโมง — ความทนทานที่วิ่งสั้นสร้างไม่ได้
  • ได้ซ้อมเรื่องที่ไม่ใช่ร่างกาย เช่น ระบบการกินระหว่างวิ่ง และการอยู่กับความเบื่อ

และเพราะมันสำคัญที่สุด มันจึงเป็นงานที่ควรรักษาไว้เป็นอันดับแรกเมื่อสัปดาห์ไหนซ้อมไม่ครบ

ควรยาวแค่ไหน

หลักที่ใช้กันคือ long run ควรเป็นราว 25–30% ของปริมาณทั้งสัปดาห์ ถ้าคุณวิ่ง 50 กม./สัปดาห์ long run อยู่ราว 13–15 กม.

กฎนี้สำคัญเพราะมันกันสถานการณ์ที่พบบ่อยที่สุดในคนที่บาดเจ็บ: วิ่งสัปดาห์ละ 25 กม. แต่ 18 กม. อยู่ในวันอาทิตย์วันเดียว — นั่นไม่ใช่การซ้อมยาว นั่นคือการช็อกร่างกายทุกสัปดาห์

ระยะแข่งlong run ยาวสุดเทียบกับระยะแข่ง
5 กม.10–12 กม.2 เท่า
10 กม.14–16 กม.1.5 เท่า
ฮาล์ฟมาราธอน22–24 กม.เกินเล็กน้อย
มาราธอน30–32 กม.ไม่ถึงระยะแข่ง
เพดานระยะ long run ตามระยะแข่ง — ไปถึงในช่วง Peak แล้วถอยลงตอน taper

มาราธอนเป็นข้อยกเว้นเดียวที่ซ้อมไม่ถึงระยะ เพราะการวิ่ง 40 กม. ตอนซ้อมใช้เวลาฟื้นตัวเป็นสัปดาห์ และเสี่ยงบาดเจ็บมากกว่าประโยชน์ที่ได้ ระยะที่หายไปมาจาก taper ที่ทำถูก คาร์บที่เติมระหว่างทาง และบรรยากาศวันแข่ง

เพซเท่าไหร่ — ช้ากว่าที่คุณคิด

long run ส่วนใหญ่ควรวิ่งที่ เพซ Easy ซึ่งสำหรับคนส่วนใหญ่คือ ช้ากว่าเพซมาราธอนเป้าหมาย 45–90 วินาที/กม. ถ้าเป้าหมายมาราธอนของคุณคือ 6:00/กม. long run ควรอยู่ราว 6:45–7:30/กม.

หาเพซที่ตรงกับความฟิตจริงของคุณได้จาก เครื่องคำนวณ VDOT โดยใส่ผลแข่งที่เคยทำได้จริงหนึ่งรายการ — ไม่ใช่เวลาที่หวังไว้

ทำไมการวิ่ง long run เร็วเกินถึงเสียหายกว่าที่คิด

มันเสียสองต่อ — ต่อแรกคือคุณไม่ได้สิ่งที่ long run ควรให้ เพราะร่างกายเปลี่ยนไปใช้พลังงานอีกระบบ ต่อที่สองคือคุณต้องใช้เวลาฟื้นตัวยาวขึ้น ทำให้งานคุณภาพในสัปดาห์ถัดไปทำได้ไม่เต็มที่ สรุปคือจ่ายราคาของงานหนัก แต่ได้ผลของงานที่ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง

ถ้ารู้สึกว่าช้าเกินจนอึดอัด

นั่นเป็นเรื่องปกติในช่วงแรก และเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังทำถูก ลองสังเกตแทนว่า ตอนจบ long run คุณรู้สึกว่ายังวิ่งต่อได้อีก 3–4 กม. ไหม ถ้าใช่ เพซถูกแล้ว ถ้าจบแบบหมดสภาพทุกครั้ง แสดงว่าเร็วเกินหรือยาวเกิน

เพดานเวลา — สำคัญกว่าเพดานระยะ

นักวิ่งสองคนที่วิ่ง 30 กม. เท่ากันแต่คนหนึ่งใช้ 2 ชั่วโมง 45 นาที อีกคนใช้ 4 ชั่วโมงครึ่ง ไม่ได้ทำงานเดียวกันเลย — คนที่สองรับความเสียหายมากกว่ามากโดยได้ประโยชน์เพิ่มน้อยนิด

  • มาราธอน: ตัดที่ราว 3 ชั่วโมงถึง 3 ชั่วโมงครึ่ง แม้ยังไม่ครบระยะ
  • ฮาล์ฟ: ตัดที่ราว 2 ชั่วโมงครึ่ง
  • 10K และสั้นกว่า: ตัดที่ราว 1 ชั่วโมงครึ่ง

ถ้าคุณเป็นนักวิ่งที่ช้ากว่าค่าเฉลี่ย นี่แปลว่า long run ยาวสุดของคุณอาจอยู่ที่ 26–28 กม. ไม่ใช่ 32 — และนั่นถูกต้องแล้ว ตารางที่ดีวัดเป็นเวลา ไม่ใช่แค่ระยะ

กินและดื่มระหว่างวิ่ง

ระบบย่อยอาหารต้องซ้อมเหมือนขา คนที่ท้องพังตอนกิโล 30 ในวันแข่งมักเป็นคนที่ไม่เคยกินอะไรตอนซ้อมเลย

  • ต่ำกว่า 60–75 นาที — น้ำเปล่าพอ ไม่ต้องกินอะไร
  • เกิน 90 นาที — เริ่มเติมคาร์บ ราว 30–60 กรัม/ชั่วโมง (เจลหนึ่งซองมักอยู่ราว 20–25 กรัม) เริ่มกินตั้งแต่นาทีที่ 45–60 ไม่ใช่รอจนหมดแรง
  • เกิน 2 ชั่วโมงครึ่ง — เพิ่มเป็น 60–90 กรัม/ชั่วโมงถ้าท้องรับได้ ซึ่งต้องค่อย ๆ ฝึกขึ้นมาหลายสัปดาห์
  • เมืองไทย = เรื่องเกลือแร่ — วิ่งเกินหนึ่งชั่วโมงในอากาศร้อนควรมีโซเดียมด้วย ไม่ใช่น้ำเปล่าอย่างเดียว

กฎเหล็กของวันแข่ง

ห้ามใช้อะไรใหม่ในวันแข่งทั้งสิ้น — เจลยี่ห้อใหม่ รองเท้าใหม่ เสื้อใหม่ อาหารเช้าใหม่ long run คือห้องทดลองของคุณ วันแข่งคือวันที่ใช้สูตรที่ผ่านการทดสอบแล้วเท่านั้น

Long run แบบผสมเพซแข่ง

ในช่วง Specific ของแผน (ราว 4–6 สัปดาห์ก่อนแข่ง) long run บางครั้งจะมีช่วงที่เพซแข่งผสมอยู่ จุดประสงค์คือฝึกให้ร่างกายใช้เพซเป้าหมาย ตอนที่ขาล้าไปแล้ว ซึ่งคือสภาพจริงของกิโลท้าย ๆ

รูปแบบตัวอย่างใช้เมื่อ
ท้ายเร็ว24 กม. โดย 6 กม. สุดท้ายที่เพซมาราธอนทั่วไป ปลอดภัยที่สุด
แซนด์วิช8 ง่าย + 10 เพซแข่ง + 6 ง่ายช่วง Specific
สลับบล็อก4 บล็อก: 3 กม. เพซแข่ง สลับ 2 กม. ง่ายเมื่อยังคุมเพซต่อเนื่องไม่ไหว
รูปแบบที่ใช้บ่อย — เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ใช่ทำทุกสัปดาห์

long run แบบนี้นับเป็น งานคุณภาพ ไม่ใช่วันง่าย — สัปดาห์ที่ทำ ต้องลดงานหนักวันอื่นลง และควรทำแค่ทุก 2–3 สัปดาห์ ไม่ใช่ทุกสัปดาห์

ที่พลาดกันบ่อย

  • วิ่งเร็วเกินไป — ข้อผิดพลาดอันดับหนึ่ง และเป็นต้นเหตุของอีกหลายข้อด้านล่าง
  • กระโดดระยะทีเดียวเยอะ — จาก 14 ไป 22 กม. ในสัปดาห์เดียว ควรเพิ่มครั้งละ 2–3 กม.
  • ทำ long run ทุกสัปดาห์โดยไม่มีสัปดาห์ผ่อน — ทุก 3–4 สัปดาห์ควรหดกลับ 25–30%
  • ไม่กินอะไรเลยจนถึงวันแข่ง — ท้องต้องซ้อมเหมือนขา
  • เอา long run ไปติดกับวันงานหนัก — ต้องมีวันง่ายหรือวันพักคั่นทั้งก่อนและหลัง
  • วัดคุณค่าที่ระยะอย่างเดียว — เวลาบนขาและความรู้สึกตอนจบบอกได้มากกว่าตัวเลขในนาฬิกา

เครื่องมือที่ใช้กับบทความนี้

ตารางซ้อมพร้อมใช้

อ่านต่อ

อยากให้ตัวเลขพวกนี้กลายเป็นตารางซ้อมไหม

PaceDee ใช้ค่าเดียวกันนี้สร้างตารางซ้อมรายสัปดาห์ตั้งแต่วันนี้ถึงวันแข่ง แบ่งช่วง Base → Taper ให้อัตโนมัติ บันทึกผลซ้อมแล้วตารางจะปรับตามฟอร์มจริงของคุณ